สถิติดาวยิงสูงสุด ไม่ใช่ของที่ได้มาโดยง่าย

ถึงแม้ว่าฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลที่ไม่สดใสเท่าไรของ ชายที่ชื่อว่า เวยน์ รูนี่ย์ แต่ก็ต้องยอมรับว่าการที่เค้าได้สามารถทำลายสถิติยอดดาวยิงสโมสรด้วยจำนวน 250 ประตูได้นั้น พวกเราก็ต้องขอคารวะด้วยหัวใจดวงน้อยเลย เพราะไม่ง่ายเลยที่นักเตะคนหนึ่งจะเดินทางมาได้ไกลขนาดนี้ อย่างรูนีย์เองก็ต้องเจออะไรมามากกว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ ยกตัวอย่างเช่น

การเปลี่ยนแปลงคู่หูแดนหน้า

อย่างแรกเลยที่เค้าต้องเจอก็คือเรื่องของผลงานในสนาม ไม่ว่าคู่หูในแดนหน้าของเค้าจะเป็นใคร ตั้งแต่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เบอร์บาตอฟ, เตเบซ, โรบิน ฟานเพอร์ซีย์ จนมาถึงคนปัจจุบันอย่าง พระเจ้าอิบรา เค้าก็สามารถปรับตัวเล่นได้กับทุกคน ยังไม่นับแผนการเล่น แท็คติคที่เปลี่ยนแบบหน้ามือเป็นหลังมือตลอดจากยุคเซอร์เฟอร์กี้ ยุคมอยส์ ยุคฟานกัล มาจนถึง ยุคมูรินโญ่ เค้าก็ปรับตัว จนได้ลงเล่นมาถึงตรงนี้ได้ไม่ธรรมดาจริงๆ

การไม่ยอมย้ายทีมไปเล่นที่อื่น

มาดูเรื่องนอกสนามกันบ้าง อันนี้ก็ต้องถือว่ายอมใจเค้าเหมือนกัน เพราะเอาเข้าจริงแล้วเวยน์ รูนีย์ก็สามารถที่จะโยกไปค่าแข้งกับทีมไหนก็ได้ในโลก อย่าง โรนัลโด้ยังไปตามหาความฝันที่รีล มาดริดได้เลย แต่กลับกันเราไม่ค่อยเห็นข่าวเกี่ยวกับการขอย้ายทีมของรูนีย์เท่าไร (มี 2 ครั้งเองมั้ง) แต่ก็ต้องขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้เค้าไม่ไปไหน อยู่ช่วยกันมาจนถึงตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ทีมรุ่งเรือง หรือ ตกต่ำ

การต่อสู้กับสภาพร่างกายตัวเอง

การเป็นอาชีพนักฟุตบอลนั้นมันช่างแสนสั้นนัก เวยน์ รูนีย์ ก็ไม่มีข้อยกเว้น 2-3 ฤดูกาลหลังเค้าต้องประสบปัญหาอาการบาดเจ็บ และกลับมาไม่ฟิตเหมือนเดิมแล้ว นั่นทำให้เค้าต้องดิ้นรนมากกว่าเดิม แฟนบอลอาจจะเห็นเค้าช้า หมดสภาพ หรืออะไรก็ว่ากันไป แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่า เค้ายังมีของเสมอ อย่างประตู 250 นี่เป็นฟรีคิกที่ไม่เห็นนานแล้วของเค้า แล้วก็หวังว่าจะมีประตูที่ 251, 252 ,253 ไปเรื่อยๆต่อไป

ว่าที่นักเตะค่าตัวสูงที่สุดของโลกคนต่อไป

เรื่องหนึ่งที่วงการฟุตบอลมักจะยกมาเป็นสถิติที่น่าพูดถึงกันเป็นประจำก็คือนักเตะที่มีค่าตัวสูงที่สุดในโลก แน่นอนว่าการได้รับบฉายาว่าเป็นนักเตะทองคำย่อมเป็นเรื่องดี แล้วนักเตะที่จะมีค่าตัวสูงที่สุดต่อจาก พอล ป็อกบา นั่นจะเป็นใครกัน ส่วนตัวมองว่า คนต่อไปที่น่าจะได้รับฉายานี้ก็คือ อองตวน กรีซมันน์ จากแอต.มาดริด

ตำแหน่งกองหน้าที่เด่นที่สุดตอนนี้

ถามว่าทำไม ถึงต้องเป็นอองตวน กรีซมันน์ ประการแรกก็คือ นักเตะที่มีค่าตัวสูงที่สุดของโลกส่วนมากจะเป็นนักเตะที่ทำหน้าที่เป็นฝ่ายบุกซะเป็นส่วนใหญ่ ประกอบกับกองหน้าตอนนี้คนที่ฟอร์มดีที่สุด อยู่ในช่วงวัยที่เหมาะสมที่สุด มองแล้วก็มีแค่คนเดียวเท่านั้นคือกรีซมันน์ เมื่อคนเก่งมีคนเดียว แต่ทีมต้องการหลายทีมมันก็ทำให้ราคาสูงขึ้นไปอีกเป็นธรรมดา

นักเตะแสดงท่าทางว่าอยากย้าย

นอกจากเรื่องของความต้องการของตลาดที่มีมากกกว่าสิ่งที่ต้องการแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้หลายทีมพร้อมที่จะทุ่มเป็นสถิติโลกเพื่อตามล่านักเตะคนนี้มาร่วมทีมให้ได้ก็คือ ตัวนักเตะเองก็แสดงท่าทางออกมาว่าอยากย้ายทีมด้วยเหมือนกัน ถ้าหากว่าไม่ได้มีผู้จัดการทีมที่ชื่อว่า ดิเอโก ซิมิโอเน่แล้ว ส่วนตัวมองว่าปิดฤดูกาลนี้ ซิมิโอเน่ ต้องไปแน่ๆ ก็ต้องมาดูว่าทีมที่เค้าไปจะสามารถดึงศิษย์เก่าไปร่วมงานด้วยได้หรือเปล่า

นักเตะมีผลงานที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว

การเลือกซื้อนักเตะระดับโลกด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลก สิ่งหนึ่งที่ต้องมาควบคู่กันก็คือ นักเตะคนนั้นจะต้องได้รับการยอมรับ หรือมีรางวัลมาแล้วระดับหนึ่ง อย่างป็อกบาเองก็ได้แชมป์กับยูเว่มาแล้ว ส่วนกรีซมันน์เองในฤดูกาลที่ผ่านมาถึงแม้ว่าจะทำได้แค่พระรองจาก UCL และศึกยูโรกับฝรั่งเศส แต่ก็ถือว่าสอบผ่านแล้ว ต้องมาดูกันว่า ราคาของกรีซมันน์จะทะลุ 100 ล้านปอนด์ได้ไหม

ผีแดง ทีมที่ทำรายได้มากที่สุด

วันนี้ไปดูข่าวสารกีฬาต่างประเทศมา มีอยู่สกู๊ปข่าวหนึ่งที่น่าสนใจนั่นก็คือ ข่าวการจัดอันดับทีมฟุตบอลที่ทำรายได้มากที่สุดของฤดูกาลที่ผ่านมา ปรากฏว่าไม่น่าเชื่อจริงที่ทีมที่ผลงานด้านการเงินเป็นอันดับที่ 1 ได้แก่ อีกหนึ่งทีมขวัญใจมหาชนอย่าง ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากศึกพรีเมียร์ลีค อังกฤษ

ผีแดงกับรายได้มากถึง 600 ล้านยูโรต่อปี

จากการสำรวจของ ดีลอยต์ ที่สำรวจเรื่องของการเงินทีมสโมสรทั่วโลก ปรากกฏว่าปีนี้ ปีศาจแดง สามารถเบียด สองยักษ์ของลาลีก้า สเปน อย่าง รีล มาดริด(แชมป์เก่า) และ บาร์เซโลน่า ขึ้นไปยืนแป้นอันดับที่ 1 อย่างสวยงาม ด้วยผลประกอบการถึง 689 ล้านยูโร คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 26,871 ล้านบาทเลยทีเดียว จากเดิมทำได้เพียงแค่ 519 ล้านยูโร ทิ้งห่างอันดับที่ 2 และ 3 ที่ทำได้เพียงแค่ 620 ล้านยูโร ไปอย่างขาดลอยเลย

ทีมงานเบื้องหลังและ CEO คนเก่ง

แน่นอนว่าการมีรายได้ขนาดนี้ในปีเดียว นอกจากผลงานในสนามแล้ว เราขอยกความดีความชอบในการบริหารจัดการเรื่องหลังบ้านให้กับทีมงานเบื้องหลังทุกคน โดยเฉพาะลอร์ด เอ็ด หรือชื่อจริงๆว่า เอ็ด วูดเวิร์ด ที่ทำหน้าที่ในการสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่ง มองหาสปอนเซอร์ใจดีจากทั่วทุกมุมโลกจนทำให้ ตอนนี้มีผู้สนับสนุนทีมอย่างเป็นทางการถึง 24 บริษัทแล้ว ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะมากขึ้นอีกในอนาคต

แบรนด์ที่ยังได้รับความน่าเชื่อถือ

ถึงแม้ว่าแมนยูยุคหลังป๋าเฟอร์กี้ จะต้องเจอกับเรื่องราวที่เลวร้ายโดยเฉพาะผลงานในสนามที่ต้องบอกว่าลุ่มๆดอนๆมาตลอด แต่ด้วยรากฐานอันยาวนานทำให้แบรนด์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังแข็งแกร่งมาได้ถึงทุกวันนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าตอนนี้แต่ละทีมก็พัฒนาขึ้นมาเยอะเหมือนกัน หากแมนยูชะล่าใจไป จนทำให้ผลงานในสนามแย่ลง ก็อาจจะมีผลต่อการตลาดและรายได้ในปีต่อไปด้วยเหมือนกัน

แข้งตัวสำรอง จุดแข็งของผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ชั่วโมงนี้ต้องถือว่าเกมพรีเมียร์ลีคนี้มีอะไรให้ลุ้น ให้เซอร์ไพร์สกันทุกสัปดาห์เลย อย่างล่าสุด จากกูดิสัน พาร์คเหล่าทอฟฟี่เมน จมเรือใบไปอย่างขาดลอยถึง 4-0 ส่วนแดงเดือดเป็นผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่บุกเกือบทั้งเกมแต่เอาชนะไม่ได้ เสมอกันไป 1-1 ซึ่งเกมนี้เป็นอีกครั้งที่การแก้เกมของ มูรินโญ่ ได้ผลกับการเจาะรถบัสของลิเวอร์พูลไปได้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของผีแดงตอนนี้จริงๆ

คุณภาพตัวสำรองไม่ห่างจากตัวจริง

ในเกมแดงเดือดที่ผ่านมาถึงผลการแข่งขันจะเสมอกัน แต่เชื่อเลยว่าก่อนเกม แฟนบอลเดอะค็อปต้องมีเผื่อใจไว้บ้างแล้ว เนื่องจากสภาพทีมไม่พร้อมเลย แถมตัวสำรองก็ยังห่างจากตัวจริงเยอะมาก ซึ่งแตกต่างจากแมนยูที่ตอนนี้คุณภาพตัวสำรองกับตัวจริง ไม่ห่างกันมากนัก ทำให้นักเตะสามารถหมุนเวียนกันได้ตลอด และ ผู้จัดการทีมเองก็สามารถปรับแท็คติคระหว่างเกมได้อย่างไม่มีปัญหาเลย

สำรองสำหรับการเน้นเกมรับ

การปรับแก้เกมของมูรินโญ่ ส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น 2 แบบคือ แบบแรกต้องการเน้นเกมรับ ในกรณีที่ผลการแข่งขันนำอยู่แล้วเวลาใกล้จะหมดต้องการปิดเกมเอา 3 แต้มชัวร์ ส่วนใหญ่ตัวเลือกแรกที่จะลงมาก็คือ มารูยาน เฟลไลนี่ เพื่อลงมาเก็บลงกลางอากาศที่ฝ่ายตรงข้ามมักจะทำการบอมบ์ใส่ อีกคนที่ส่งลงมาก็คือ กองหลังตัวสำรอง อาจจะเป็น ดาลี่ย์ บลินด์, เอริค ไบญี่ หรือ คนอื่นเพื่อแพ็คเกมรับให้แน่นเข้าไว้ก่อน

สำรองสำหรับการทำประตู

แต่ถ้าสถานการณ์ไม่เป็นอย่างที่ต้องการคือ ตกเป็นฝ่ายตามหลัง ตัวละครลับที่จะลงมาคนแรกก็คือ ฆวน มาต้า ที่จะลงมาสร้างความจิ๊ดจ๊าด ริมเส้น หรือ ทะลวงตรงกลาง คนที่สองเป็นเฟลไลนี่ มาเพื่อเล่นลูกกลางอากาศคู่กับอิบรา หรือจะเป็น แรชฟอร์ด, ลินการ์ด, หรือ รูนีย์ คนใดคนหนึ่ง ความหลากหลายของตัวสำรองนี่แหละคืออีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของผีแดงตอนนี้

 

อนาคตโดเมเน็ค ประเด็นทั้งหลายทั้งปวงและฟอร์มการเล่นของทีมในระยะหลังที่หนักไปทางแย่เสมอ

โดเมเน็ค
โดเมเน็ค

อนาคตโดเมเน็ค ประเด็นทั้งหลายทั้งปวงและฟอร์มการเล่นของทีมในระยะหลังที่หนักไปทางแย่เสมอ อย่าง จืดซืดนำมา สู่คำถามที่ว่า อนาคตของโดเมเน็คจะเป็นอย่างไรหรือพูดอีกแบบคือเขาสมควรจะได้รับความไว้วาง ใจให้คุมทีมต่อไปหรือไม่

ว่าไปแล้วคำถามนี้เห็นจะต้องพิจารณากันจริงๆ จังๆ หลังเกมกับไอร์แลนด์เพราะหากฝรั่งเศสแพ้หรือเก็บคะแนนจากดับลินกลับมาได้แค่ แต้มเดียว หนทางสู่เยอรมัน 2006 ของพวกเขาก็ตีกลับทันที เผลอๆ อาจจะไม่มีลุ้นเพลย์ออฟด้วยซ้ำ ณ ขณะนี้ ฌอง-ปิแอร์ เอสกาแลตต์ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสคนใหม่ยังไม่ขอแสดงความเห็นขณะที่ มิเชล พลาตินี่ ว่าที่ผู้สมัครชิงประธานยูฟ่า ก็บอกว่าสมควรจะต้องให้เวลาโดเมเน็คในการสร้างทีมมากกว่านี้ และสำหรับ เอมเม่ ฌักเก้ต์ผู้อำนวยการการเทคนิคทีมชาติที่หนุนหลังโดเมเน็คมาตั้งแต่ต้นแล้ว การสร้างทีมนอกจากจะต้องใช้เวลาแล้วยังต้องใช้ความอดทนอีกด้วย จะใช้อะไรบ้างก็ตามที่โลร็องด์ บล็องก์ และหากเป็นเช่นนั้นจริงในวันหนึ่ง เราอาจจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและการสร้างทีมในแบบที่แฟนบอลตราไก่อยากจะ เห็นก็เป็นไปได้

ก็มาติดตามและรอดูกันต่อไปนะครับว่าอนาคต ของโดเมเน็คจะเป็นอย่างไรต่อไป จะรอดพ้นวิกฤตนี้ไปได้หรือไม่ หรือจะมีไม้เด็ดก้นหีบที่ยังไม่เปิดเผยออกมา ไม้เด็ดที่จะสามารถช่วยกอบกู้สถาณการณ์ที่เป็นอยู่ได้ เรามาคอยช่วยลุ้นและติดตามให้กำลังใจไปกับเขากันเถอะ จะดีหรือจะร้าย ยังไงเราก็คอยเชียร์นายนะ

เวส บราวน์ กลับมาอย่างราชัน

เวส บราวน์
เวส บราวน์

ครั้งหนึ่ง เวส บราวน์ เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นกองหลังดาวรุ่งที่น่าจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งของเมืองผู้ดี ก่อนที่จะถูกริโอ้ เฟอร์ตินานด์ เข้ามาแย่งความเป็นหมายเลขหนึ่งในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดไป

นักเตะคู่บารมีของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยใช้ความเพียรพยายามหลายครั้ง เพื่อทวงความเป็นหมายเลขหนึ่งของเขากลับคืนมา แต่น่าเสียดายที่อาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้นที่เอ็นหัวเข่าถึงสองครั้ง ทำให้เขาหมดโอกาสกลับมาต่อสู้โดยปริยาย

จึงต้องบอกว่าในเวลานี้ ชื่อของ เฟอร์ดินานด์,โซล แคมป์เบลล์,จอห์น เทอร์รี่ และอาจจะรวมไปถึง แม็ทธิว อัพสัน ได้แซงหน้าเขาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับในสายตาของคนเป็นกุนชือทีมชาติอังกฤษอย่าง สเวน โกรัน อีริคส์สัน

บราวน์เคยคิดที่จะย้ายออกจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดในช่วงต้นฤดูกาลนี้เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับตัวเอง หลังจากที่ตกเป็นตัวสำรองจนชินชา

แต่ในที่สุดของก็ตัดสินใจขออยู่สู้ต่อ และหลังจากที่เขายอมต่อสัญญาใหม่กับสโมสรออกไปอีกเป็นเวลา 4 ปี โอกาสก็ดูจะกลับมาเป็นของเขาอีกครั้ง หลังอาการบาดเจ็บและติดโทษแบนของผู้เล่นตัวหลัก ๆ อย่าง แกรี่ เนวิลล์ และ มิกกาเอล ซิลแวสต์

บราวน์เผยว่าชีวิตของเขาในเวลานี้ ดูจะกลับไปสวยงาม เหมือนสมัยที่เขาก้าวขึ้นมาสู่ทีมของท่านเซอร์ใหม่ๆ เมื่อสามปีก่อน

ผมรู้สึกดีเอามากๆที่เดียวในตอนนี้ นอกจากนั้นความเชื่อมั่นยังกลับมาเหมือนเดิมอีกต่างหาก

อย่างไรก็ตาม ผมคงต้องพยายามรักษาตำแหน่งตัวจริงเอาไว้ให้ได้ เพราะจะว่าไปแล้วตอนนี้ผมยังเข้าๆออกๆในทีมอยู่

ด้วยความสามารถดังกล่าว ทำให้ อิสมาเอล เนื้อหอมมาก

อิสมาเอล
อิสมาเอล

ด้วยความสามารถดังกล่าว ทำให้เซนเตอร์ฮาล์ฟชาวฝรั่งเศสรายนี้เนื้อหอมมาก ได้รับการติดต่อจากหลายสโมสรในยุโรป ล่าสุดตกเป้นข่าวว่า บาเยิร์น สนใจจะดึงตัวไปเล่นในดอลิมปิก สเตเดี้ยมช่วงปิดซี่ซั่น เพื่อเสียบแทนที่ว่าง ซึ่งเสือใต้จะต้องสูญเสียกองหลังไปถึง 3 รายในซัมเมอร์นี้ ทั้งโรเบิร์ต โควัช,โธมัส ลิงเค่และซามูเอล คูฟฟูร์

อิสมาเอล ยังมีสัญญาที่จะเล่นในถิ่นเวเซอร์ สเตเดี้ยมอีก 2 ปี แต่เจ้าตัวสารภาพความในใจออกมาแล้วว่า อยากย้ายไปค้าแข้งกับเสือใต้ ยักษ์ใหญ่ของลีกเยอรมันที่พร้อมยื่นข้อเสนอของตัวเองอาจไม่สามารถปฏิเสธได้

บาเยิร์น คือหนึ่งในสโมสรชื่อดังของยุโรป เช่นเดียวกับยูเวนตุส และ รีล มาดริด สำหรับนักแตะทุกคนโอกาสที่จะได้เล่นกับบาเยิร์น มันคือข้อเสนอที่น่าสนใจ

โยฮัน มิกูย์ เพลย์เมกเกอร์ฝรั่งเศสพูดถึงเพื่อนซี้คนนี้ของเขาว่า วาเลเรียง(อิสมาเอล) พัฒนาฝีเท้าไปได้ไกลมากในการเล่นบุนเดสลีกา เขาเป็นชาวฝรั่งเศสแท้ๆ แต่เขาสามารถปรับตัวได้เร็วมากในการใช้ชีวิตที่นี่ เหมือนกับเป็นชาวเยอรมันไปแล้ว

ตั้งแต่ก้าวแรกที่ออกจากสตราส์บูร์ก มายัง แวร์เดอร์ เบรเมน จนถึงตอนนี้นับเป็นเวลาเกือบสองปี แล้วที่เขาใช้ชีวิตในประเทศเยอรมัน เมื่อผมมาที่นี่ใหม่ๆ ผมลงคอร์สเรียนภาษาเยอรมัน 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เหมือนกับสมัยอยู่คริสตัน พาเลซ ผมก็เรียนภาษาอังกฤษเช่นเดียวกัน

ผมย้ายมาที่เบรเมนช่วงกลางปี 2003 ซึ่งจริงๆ แล้ว สโมสรสนใจผมตั้งแต่ช่วงต้นปี 2002 โดยก่อนย้ายมาที่เยอรมัน ผมได้รับการทาบทามจากโอลิมปิกเปียกอส,เอสปัน ญ่อล, สโมสรในกาตาร์ แต่ในที่สุดผมตัดสินใจเลือกแวร์เดอร์ เบรเมน