สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ เผยเหตุผลที่เลือกย้ายจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปนาโปลี

การตัดสินใจย้ายทีมของ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ (Scott McTominay) จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester United) มาสู่นาโปลี (Napoli) ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากแฟนบอลทั่วโลก โดยเขาเปิดเผยว่าการเลือกครั้งนี้เป็นการให้ความสำคัญกับตัวเองและการพัฒนาฝีเท้าของเขาในระยะยาว

ย้ายไปนาโปลีเพื่อโอกาสที่ดีขึ้น

มิดฟิลด์ชาวสกอตแลนด์ วัย 27 ปี ตัดสินใจเข้าร่วมทีมนาโปลีในเดือนสิงหาคม ซึ่งได้สร้างความประทับใจให้แฟนบอลตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม ผลงานของเขาช่วยให้นาโปลีรั้งอันดับสองของเซเรีย อา (Serie A) โดยเขาลงเล่นให้ทีมไปแล้ว 15 นัด ทำได้ 4 ประตู และอีก 2 แอสซิสต์

“การย้ายไปนาโปลีเป็นการตัดสินใจที่ยาก แต่ผมเห็นโอกาส เห็นแฟนบอลที่มีความหลงใหลในเกม และเพื่อนร่วมทีมที่พร้อมสนับสนุน” แม็คโทมิเนย์กล่าวถึงเหตุผลที่เขาเลือกนาโปลี

บอกลายูไนเต็ด หลังอยู่ด้วยกัน 22 ปี

แม็คโทมิเนย์อยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ และเคยเป็นกำลังสำคัญในทีมชุดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดด้านกฎการเงิน (Financial Fair Play หรือ FFP) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องปล่อยตัวเขา แม้ว่า เอริก เทน ฮาก (Erik Ten Hag) จะต้องการเก็บตัวเขาไว้

“วันสุดท้ายของผมที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มันเต็มไปด้วยอารมณ์ ผมต้องไปบอกลาทุกคน ซึ่งมันไม่ง่ายเลย แต่ชีวิตฟุตบอลก็เป็นแบบนี้ ผมยังรักแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ผมเลือกแล้วว่าต้องเดินหน้าสู่เส้นทางใหม่” แม็คโทมิเนย์กล่าว

ปรับตัวและเป็นขวัญใจแฟนบอลนาโปลี

ที่นาโปลี แม็คโทมิเนย์ได้กลายเป็นกำลังสำคัญให้กับทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ (Antonio Conte) และสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว เขายังเผยว่าความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับ บิลลี่ กิลมอร์ (Billy Gilmour) ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทีมชาติสกอตแลนด์ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยให้เขาปรับตัวได้ง่ายขึ้น

“ผมรักแฟนบอลที่นี่ รักเพื่อนร่วมทีม และรักความท้าทายที่ได้รับ การได้ใช้เวลาร่วมกับบิลลี่ทุกวันเป็นสิ่งที่พิเศษมาก เราช่วยเหลือกันและกันในทุกเรื่อง” แม็คโทมิเนย์กล่าวถึงช่วงเวลาปัจจุบันในอิตาลี

ก้าวต่อไปของอาชีพกับนาโปลี

แม็คโทมิเนย์ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการย้ายออกจากทีมใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้เป็นการลดคุณค่าของเขาในวงการฟุตบอล แต่กลับทำให้เขามีโอกาสใหม่ ๆ ที่ช่วยพัฒนาทั้งฝีเท้าและมุมมองต่ออาชีพ

การตัดสินใจย้ายออกจากทีมที่เขารักและอยู่ด้วยตั้งแต่เด็ก อาจเป็นเรื่องยาก แต่แม็คโทมิเนย์เลือกที่จะมองไปข้างหน้าและใช้โอกาสใหม่นี้เป็นการสร้างชื่อในระดับสากล

“ผมไม่มีวันเสียใจกับการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง นาโปลีคือที่ที่ผมรู้สึกว่าสามารถเติบโตและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม” แม็คโทมิเนย์กล่าวปิดท้าย

เว็บไซต์ sbobet beer777 เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการสนุกกับการเดิมพันออนไลน์ที่ครบวงจร หากคุณกำลังมองหาทางเข้าเล่นเกมพนันระดับโลก อย่าพลาดการสมัครสมาชิกกับ sbobet beer777

แผนฉุกเฉินของเซเรีย อา หากโควิท 19 ระบาดซ้ำ

เซเรีย อา

การกลับมาของฟุตบอลอิตาลี น่าจะเป็นสิ่งที่คนติดตามฟุตบอลรอคอยเหมือนกัน เพราะว่าตอนนี้กำลังโม่แข้งกันอย่างเมามัน โดยเฉพาะตำแหน่งแชมป์ ยูเวนตุส ที่ว่านอนมาแบบสบายใจไม่ใช่แล้ว พวกเค้ามีสิทธิ์โดนม้ามืดของทีมซีซั่นนี้อย่าง ลาซิโอ ปาดเข้าป้ายได้เหมือนกัน ทีนี้ก่อนจะกลับมาเตะกันอีกครั้ง พวกเค้าได้วางแผนออกมาตรการรองรับว่าถ้าหากเจอพิษโควิท 19 ระบาดอีกจนต้องหยุดลีคพวกเค้าจะทำอย่างไร เรามาดูแผนฉุกเฉินกัน

หากหยุดอีกจะไม่แข่งอีกแล้ว

จากแนวโน้มของการระบาดทำให้เราเห็นเลยว่า ถ้าหากโควิท 19 ทำให้ลีคอิตาลีเดินหน้าต่อไม่ได้ พวกเค้าจะไม่ฝืนลงเตะต่อจนจบฤดูกาลอย่างแน่นอน ซึ่งก็ทำถูกต้องแล้ว แต่หากต้องหยุดอีกคราวนี้พวกเค้าจะไม่พยายามกลับมาเตะอีกครั้งพวกเค้าจะใช้แผนบี และ ซีไปเลย เพื่อจัดการให้ซีซั่นนี้จบสิ้นไปแล้วค่อยมาว่ากันใหม่ในซีซั่นหน้า
แผนบี การเตะเพลย์ออฟ
สำหรับแผนบี ที่ทางผู้บริหารลีคคิดกันออกมาก็คือ พวกเค้าจะเลือกการเตะเพลย์ออฟเพื่อหาผู้ชนะและการคว้าโควตาพื้นที่ UCL ทันที โดยการหาผู้ชนะด้วยวิธีนี้พวกเค้าจะนำทีมเตะสนามกลางเพื่อความเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย แต่คำถามก็คือจะเอาทีมไหนบ้างเข้าไปเตะเพลย์ออฟในพื้นที่ดังกล่าว หากยึดตารางตามนี้อันดับที่ 1-2 คะแนนก็ขี่กันอยู่น่าจะมาจับคู่กันได้เลย แต่อันดับที่ 3-6 ก็น่าลุ้นมาจับคู่เตะกันเลย

แผนซี ใช้ค่าคะแนนเฉลี่ย

แต่หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น แม้แต่จะเตะสนามกลางก็ไม่สามารถทำได้ นั่นทำให้พวกเค้าไม่มีทางเลือก ต้องใช้วิธีสุดท้ายนั่นก็คือ การใช้คะแนนเฉลี่ยมาเป็นตัวตัดสิน เหมือนกับที่หลายลีคเลือกใช้ไปแล้ว วิธีนี้เชื่อว่าหลายทีมคงไม่ยอมแต่หากมันจำเป็นก็ต้องใช้ตามกฎ เราก็ได้แต่หวังว่ากลับมาเตะคราวนี้จะเอาให้จบลีคกันไป จะได้ไม่ต้องหยิบเอาวิธีฉุกเฉินทั้งสองแผนนี้ขึ้นมาใช้ให้ปวดหัวกันอีก